โทรฉุกเฉิน 1669
ขนาดตัวอักษร

ผู้สูงอายุเป็นเบาหวาน คุมน้ำตาลอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เสี่ยงน้ำตาลตก

เบาหวานในผู้สูงอายุต้องระวังภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเป็นพิเศษ เป้าหมายการคุมน้ำตาลจึงไม่จำเป็นต้องเข้มเท่าวัยหนุ่มสาว เรียนรู้สัญญาณเตือนและการกินยาให้ถูกเวลา

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายตอบสนองต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (hypoglycemia) ได้ช้าลง และอาการอาจไม่ชัดเหมือนตอนหนุ่มสาว ผู้สูงอายุบางรายแทบไม่รู้สึกใจสั่นหรือเหงื่อแตกก่อนหมดสติ ทำให้การคุมน้ำตาล "เข้มเกินไป" กลายเป็นความเสี่ยงมากกว่าผลดี แพทย์จึงมักตั้งเป้าค่าน้ำตาลของผู้สูงอายุให้ผ่อนคลายกว่าวัยทำงาน

สัญญาณน้ำตาลตกที่ลูกหลานควรจำให้ขึ้นใจ ได้แก่ มึนงง สับสนกะทันหัน พูดช้าลง ตัวสั่น เหงื่อออกผิดปกติ หรือซึมลง หากพบอาการเหล่านี้และผู้ป่วยยังรู้สึกตัว ให้รีบให้ของหวานที่ดูดซึมเร็ว เช่น น้ำหวานหรือลูกอม แล้วสังเกตอาการ ถ้าไม่ดีขึ้นใน 15 นาทีหรือหมดสติ ให้โทร 1669 ทันที

หัวใจของการดูแลคือกินยาและฉีดยาให้ตรงเวลาสัมพันธ์กับมื้ออาหาร ไม่งดมื้อ ตรวจน้ำตาลปลายนิ้วตามที่แพทย์แนะนำ และพกบัตรหรือโน้ตระบุว่าเป็นเบาหวานติดตัวเสมอ การจดบันทึกค่าน้ำตาลและอาการผิดปกติไว้ให้แพทย์ดูในวันนัด จะช่วยปรับยาได้แม่นยำขึ้น

← ดูบทความทั้งหมด

บทความเกี่ยวข้อง

เรื่องที่ครอบครัวที่อ่านบทความนี้มักอ่านต่อ

ความปลอดภัยในชีวิต

ป้องกันการหกล้มในบ้าน: 7 จุดเสี่ยงที่ลูกหลานควรแก้ก่อนสาย

การหกล้มเพียงครั้งเดียวอาจเปลี่ยนชีวิตผู้สูงอายุจากเดินได้เป็นติดเตียง สำรวจ 7 จุดเสี่ยงในบ้านที่แก้ได้ง่ายด้วยงบไม่มาก ก่อนเกิดเหตุ

สุขภาพจิตและสมอง

สังเกต 10 สัญญาณเริ่มต้นภาวะสมองเสื่อม รู้เร็วดูแลได้ทัน

หลงลืมตามวัยกับภาวะสมองเสื่อมต่างกันอย่างไร? รู้จัก 10 สัญญาณเตือนระยะแรกที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อพาไปพบแพทย์ได้ทันเวลา

สิทธิ กฎหมาย และการคุ้มครอง

บัตรทอง 30 บาท สิทธิรักษาพยาบาลที่ผู้สูงอายุควรรู้ ใช้ที่ไหนได้บ้าง

บัตรทอง (สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) ครอบคลุมอะไรบ้าง ใช้รักษาที่ไหนได้ และผู้สูงอายุมีสิทธิเพิ่มเติมอะไรพิเศษ — สรุปให้เข้าใจง่าย