เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายตอบสนองต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (hypoglycemia) ได้ช้าลง และอาการอาจไม่ชัดเหมือนตอนหนุ่มสาว ผู้สูงอายุบางรายแทบไม่รู้สึกใจสั่นหรือเหงื่อแตกก่อนหมดสติ ทำให้การคุมน้ำตาล "เข้มเกินไป" กลายเป็นความเสี่ยงมากกว่าผลดี แพทย์จึงมักตั้งเป้าค่าน้ำตาลของผู้สูงอายุให้ผ่อนคลายกว่าวัยทำงาน
สัญญาณน้ำตาลตกที่ลูกหลานควรจำให้ขึ้นใจ ได้แก่ มึนงง สับสนกะทันหัน พูดช้าลง ตัวสั่น เหงื่อออกผิดปกติ หรือซึมลง หากพบอาการเหล่านี้และผู้ป่วยยังรู้สึกตัว ให้รีบให้ของหวานที่ดูดซึมเร็ว เช่น น้ำหวานหรือลูกอม แล้วสังเกตอาการ ถ้าไม่ดีขึ้นใน 15 นาทีหรือหมดสติ ให้โทร 1669 ทันที
หัวใจของการดูแลคือกินยาและฉีดยาให้ตรงเวลาสัมพันธ์กับมื้ออาหาร ไม่งดมื้อ ตรวจน้ำตาลปลายนิ้วตามที่แพทย์แนะนำ และพกบัตรหรือโน้ตระบุว่าเป็นเบาหวานติดตัวเสมอ การจดบันทึกค่าน้ำตาลและอาการผิดปกติไว้ให้แพทย์ดูในวันนัด จะช่วยปรับยาได้แม่นยำขึ้น